วันเสาร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

40 สถานที่ปฏิบัติกรรมฐานยอดนิยม

๑.
 
วัดธรรมมงคล
ซอยปุณณวิถี ๒๐ ถ. สุขุมวิท ๑๐๑ บางจาก พระโขนง กรุงเทพฯ
โทร. ๗๔๑-๗๘๒๑-๒, ๓๓๒-๒๘๒๖-๗
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินธโร
แนวการปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
สถานที่ปฏิบัติมีหลายแห่ง คือ ๑. ศาลาปฏิบัติธรรม เป็นห้องมุ้งลวด
๒. ถ้ำวิปัสสนา (จำลอง) ๓. ศูนย์สมาธิวิริยานุภาพ มี ๘๐ ห้องพัก
ทุกห้องมีเครื่องปรับอากาศ ๔. ห้องสำหรับทำสมาธิ
๕. สถานปฏิบัติธรรม จ. เชียงราย ๖. สำนักสงฆ์น้ำตกแม่กลาง

๒. วัดอัมพวัน

๕๓ บ. อัมพวัน ถ. เอเชีย กม. ๑๓๐ หมู่ที่ ๔ ต. พรหมบุรี อ. พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี
โทร. (๐๓๖) ๕๙๙-๓๘๑), (๐๓๖) ๕๙๙-๑๗๕
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม
แนวการปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ บริกรรม “ยุบหนอ พองหนอ”

๓. ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

๕๘/๘ ถ.เพชรเกษม ๕๔ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ๑๐๑๖๐
โทร. ๔๑๓-๑๗๐๖, ๘๐๕-๐๗๙๐-๔
วิปัสสนาจารย์ คุณแม่สิริ กรินชัย
แนวการปฏิบัติ แนวสติปัฏฐาน ๔ เจริญสติอย่างต่อเนื่อง
ตามแนวพระธีรราชมหามุนี วัดมหาธาตุ
สถานที่เป็นตึกทันใหม่ทันสมัยหลายหลัง โดยทั่วไปการอบรมใช้เวลา ๘ วัน ๗ คืน

๔. สวนโมกขพลาราม

๖๘ หมู่ ๖ ต. เลเม็ด อ. ไชยา จ. สุราษฎร์ธานี ๘๔๑๑๐
วิปัสสนาจารย์ ท่านพุทธทาสภิกขุ
แนวการปฏิบัติ อานาปานสติภาวนา

๕. วัดป่าสุนันทวราราม

บ้านลิ่นถิ่น ต. ท่าเตียน อ. ไทรโยค จ. กาญจนบุรี
วิปัสสนาจารย์ พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
แนวการปฏิบัติ อานาปานสติภาวนา
เปิดอบรม “อานาปานสติภาวนา” แก่ผู้สนใจ ครั้งละ ๙ วัน
เปิดรับครั้งละ ๑๐๐-๑๕๐ คน เป็นการปฏิบัติที่เคร่งครัด กินอาหารวันละ ๑ มื้อ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่คุณดารณี บุญช่วย (๐๒) ๓๒๑-๖๓๒๐

๖. วัดภูหล่น

๙ ต. สงยาง อ. ศรีเมืองใหม่ จ. อุบลราชธานี
ปฐมวิปัสสนาหลวงปู่มั่นฯ (สถานที่หลวงปู่มั่นออกธุดงค์ครั้งแรกกับหลวงปู่เสาร์)
วัดนี้ค่อนข้างจะห่างจากตัวเมือง บรรยากาศดีมาก เย็นสบาย และเงียบสงบ
มีสิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนเขาไม่สูงนักสามารถกางกลดอยู่ได้
มีโบสถ์บนเขาและมีกุฏิโดยรอบ บ้างก็ซ่อนอยู่ตามซอกเขา
ที่นี่เหมาะกับผู้เคยปฏิบัติธรรมมาแล้ว ต้องการมาปฏิบัติขั้นอุกฤษฎ์

๗. วัดถ้ำขาม

บ้านคำข่า หมู่ที่ ๔ ตำบาลไร่ อ. พรรณานิคม จ. สกลนคร
วิปัสสนาจารย์ อาจารย์ฝั้น อาจาโร
วัดมีเนื้อที่ ๘๔๐ ไร่ พื้นที่จรดเขตอุทยานป่าแนวเทือกเขาภูพาน วัดอยู่บนเขาสูง
แต่ก็มีบันไดขึ้นลงสะดวก มีลิงป่า และไก่ป่า
ที่พัก มีที่พักเป็นกุฏิ (กุฏิละ ๑ คน) หรือพักรวมบนศาลาก็ได้
เหมาะสำหรับไปปฏิบัติแบบอุกฤษฎ์

๘. วัดมเหยงคณ์

ต. หันตรา อ. พระนครศรีอยุธยา จ. พระนครศรีอยุธยา
แนวปฏิบัติ เดินจงกรม นั่งสมาธิ กำหนดรู้ รูป-นาม

๙. สำนักปฏิบัติธรรมแสงธรรมส่องชีวิต

ต. โคกแย้ อ. หนองแค จ. สระบุรี ๑๘๒๓๐
โทร. (๐๓๖) ๓๗๙-๔๒๘
แนวปฏิบัติ เน้นให้ผู้ฝึกมีสติรู้ในอิริยาบท
ทุกวันเสาร์ อาทิตย์ และวันสำคัญทางศาสนา
จะมีการจัดอบรมฝึกวิปัสสนากรรมฐาน บวชชีพราหมณ์ เนกขัมมะ

๑๐. วัดสนามใน

๒๗ ต. วัดชลอ อ. บางกรวย จ. นนทบุรี
โทร. ๔๒๙-๒๑๑๙, ๘๘๓-๗๒๕๑
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อเทียน จิตตฺสุโภ
แนวปฏิบัติ เน้นการเจริญสติ วิธีที่เป็นที่นิยมคือวิธีสร้างจังหวะ
เป็นวิธีสร้างสติแบบนั่งทำสมาธิแต่ไม่ต้องหลับตา

๑๑. วัดป่านานาชาติ

บ้านบุ่งหวาย หมู่ ๗ ต. บุ่งหวาย อ. วารินชำราบ จ. อุบลราชธานี
(สาขา ๑๑๙ ของวัดหนองป่าพง)
เป็นวัดป่าที่มีต้นไม้ใหญ่มาก มียุงและแมลงต่าง ๆ มาก
คนที่แพ้ยุงก็ควรหายากันยุงไปด้วย อากาศเย็นสบาย ทานอาหารวันละ ๑ มื้อ
การไป ให้เขียนจดหมายไปขออนุญาตจากเจ้าอาวาส แล้วจึงเดินทางไปอยู่

๑๒. วัดปทุมวนาราม

ถ. พระราม ๑ ปทุมวัน กรุงเทพฯ ๑๐๓๓๐
โทร. ๒๕๑-๒๓๑๕, ๒๕๒-๕๔๖๕
วิปัสสนาจารย์ พระอาจารย์ถาวร จิตฺตถาวโร
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
นั่งปฏิบัติในศาลาพระราชศรัทธา มีอาสนะและผ้าคลุมตักให้หยิบใช้ได้
บริเวณโดยรอบมีการปลูกแต่งด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย ร่มรื่นสวยงาม
กำหนดการปฏิบัติธรรมที่ศาลาฯ ประจำวันจันทร์ – ศุกร์ วันละ ๓ เวลา
เช้า ๗.๐๐ – ๘.๐๐ น. กลางวัน ๑๒.๐๐ – ๑๓.๐๐ น. เย็น ๑๗.๐๐ – ๒๐.๐๐ น.

๑๓. วัดปากน้ำภาษีเจริญ

เลขที่ ๘ แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ
วิปัสสนาจารย์ พระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อสด)
แนวปฏิบัติ ตามแนวธรรมกาย ใช้คำบริกรรม “สัมมาอรหัง”
สถานที่ปฏิบัติ ๑. หอเจริญวิปัสสนาฯ ชั้น ๒ เป็นห้องแอร์ปูพรม
๒. หอสังเวชนีย์มงคลเทพนิมิต ๓. ตึกบวรเทพมุนี

๑๔. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์

เลขที่ ๓ ท่าพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ
แนวปฏิบัติ ตามแนวสติปัฏฐาน ๔ ใช้คำบริกรรม “ยุบหนอ พองหนอ”
สถานที่ปฏิบัติ คณะ ๕ สำนักงานกลาง กองการวิปัสสนาธุระ
เปิดทุกวัน สอนเดินจงกรมและนั่งสมาธิ
เช้า ๐๗.๐๐ – ๑๐.๐๐ น. กลางวัน ๑๓.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. เย็น ๑๘.๐๐ – ๑๙.๐๐ น.

๑๕. วัดอินทรวิหาร

อาคารปฏิบัติธรรม “เฉลิมพระเกียรติ” วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม
กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ โทร. ๖๒๘-๕๕๕๐-๒
แนวการปฏิบัติ แนวหลักสูตรของคุณแม่สิริ กรินชัย ๘ วัน ๗ คืน หรือ ๔ วัน ๓ คืน
เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมขยายผล จากผู้ปฏิบัติธรรมกับคุณแม่สิริ กรินชัย
เป็นอาคารทันสมัย ๕ ชั้น จุได้ประมาณ ๕๐๐ คน

๑๖. สำนักงานพุทธมณฑล

พุทธมณฑล ถ. พุทธมณฑลสาย ๔ ต. ศาลายา อ. พุทธมณฑล จ. นครปฐม
โทร. ๔๔๑-๙๐๐๙, ๔๔๑-๙๐๑๒
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ กำหนดรู้อารมณ์ บริกรรม “ยุบหนอ พองหนอ”
สถานที่ปฏิบัติ ชั้น ๒ ของหอประชุม มีเครื่องปรับอากาศ ห้องนอน
มีเครื่องนอน เช่น หมอน มุ้ง ผ้าห่มให้พร้อม หรือนำไปเองก็ได้ ทานอาหาร ๒ มื้อ

๑๗. ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธฯ เฉลิมพระเกียรติ

คลองสาม จ. ปทุมธานี โทร. ๙๘๖-๖๔๐๔-๕
เป็นสาขาของยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย – ภาษีเจริญ

๑๘. วัดอโศการาม

๑๓๖ หมู่ ๒ กม. ๓๑ ถ. สุขุมวิท (สายเก่า) ต. ท้ายบ้าน อ. เมือง จ. สมุทรปราการ
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อลี ธมฺมชโช
บริเวณกว้างขวาง มีสระน้ำใหญ่ในบริเวณวัด
กุฏิพระ แม่ชี และที่พักแยกเป็นสัดส่วนเรียงรายรอบวัดเป็นร้อย ๆ หลัง
ส่วนมากอยู่ติดริมทะเลซึ่งเป็นป่าชายเลน

๑๙. วัดญาณสังวรารามวรวิหาร

ต. ห้วยใหญ่ อ. บางละมุง จ. ชลบุรี โทร. (๐๓๘) ๒๓๗-๖๔๒
สถานที่ปฏิบัติ เป็นอาคารคอนกรีต ๒ ชั้น มีอาคาร ญส. ๗๒ ชาย และ ญส. ๗๒ หญิง
ชั้นละ ๑๐ ห้อง มีห้องน้ำในตัว เรือนปฏิบัติธรรมมี ๑๗ หลัง

๒๐. สำนักวิปัสสนาวิเวกอาศรม

ซ. ประชานุกูล ๗ ถ. ชลบุรี-บ้านบึง ต. บ้านสวน อ. เมือง จ. ชลบุรี
โทร (๐๓๘) ๒๘๓-๗๖๖
วิปัสสนาจารย์ พระอาจารย์ภัททันตะ อาสภมหาเถระ
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ ใช้คำบริกรรม “ยุบหนอ พองหนอ”
มีเรือนพักปฏิบัติธรรมทั้งหญิงชายแยกเป็นสัดส่วนอยู่จำนวนมาก
การอยู่ปฏิบัติให้พักคนเดียว เน้นการเก็บอารมณ์ ไม่พูดคุยกัน อย่างเคร่งครัด
การรับประทานอาหารจะมีปิ่นโตส่งถึงห้อง ๒ มื้อ
ทุกวันจะมีการสอบอารมณ์กรรมฐานโดยพระอาจารย์
ค่าน้ำไฟ อาหาร วันละ ๕๐ บาท หรือเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท ห้ามอยู่เกิน ๙๐ วัน

๒๑. สำนักวิปัสสนาสมมิตร – ปราณี

จ. ชลบุรี โทร. พระอาจารย์ใหญ่ (๐๑) ๙๒๑-๑๑๐๑
เป็นสถานที่ซึ่งมีผู้บริจาคเพื่อขยับขยายมาจากวิเวกอาศรม
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ ใช้คำบริกรรม “ยุบหนอ พองหนอ”
สถานที่ล้อมรอบด้วยทุ่งและธรรมชาติ มีกุฏิสงฆ์สร้างในแบบธรรมชาติมุงจาก
อาคารปฏิบัติธรรมขนาดกลางและอุโบสถ ยังรับผู้ปฏิบัติธรรมได้ไม่มากนัก

๒๒. วัดเขาสุกิม

ต. เขาบายศรี อ. ท่าใหม่ จ. จันบุรี
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อสมชาย ฐิตวิริโย
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ใช้คำบริกรรม “พุทโธ”
วัดตั้งอยู่สูงขึ้นไปบนเชิงเขา กว้างขวางกว่า ๓,๒๘๐ ไร่
มีทางบันได และรถรางขึ้นไปบนวัด บริเวณร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย
มีศาลาที่พักที่สะดวกสบาย เป็นห้องมุ้งลวด มีเตียง ที่นอน หมอนให้
หรือพักที่กุฏิว่างต่าง ๆ

๒๓. วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)

๖๐ บ้านท่าซุง หมู่ ๑ ต. น้ำซึม อ. เมือง จ. อุทัยธานี
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
แนวปฏิบัติ มโนมยิทธิ บริกรรม “นะ มะ พะ ธะ” และสอนอนุสติ บริกรรม “พุทโธ”

๒๔. สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง

อ. เชียงดาว จ. เชียงใหม่
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่สิม พุทธจาโร
สำนักสงฆ์แห่งนี้อยู่บนดอย ทางขึ้นลงเทปูนเป็นบันไดเดินได้สะดวกแต่ค่อนข้างสูง
หลวงปู่เคยเล่าไว้ว่าที่ถ้ำผาปล่อง และถ้ำเชียงดาวนี้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ให้สำรวมระวัง รักษาความสงบ ไม่ร้องรำทำเพลง เล่นตลกคะนอง
เพราะเคยมีพระอรหันต์ตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้ากกุสันโธ
พระอรหันต์สมัยพระพุทธเจ้าโกนาคม พระอรหันต์สมัยพระกัสสโป
และพระอรหันต์สมัยพระพุทธโคดม มาบำเพ็ญเพียรและละสังขารอยู่หลายองค์
การนั่งภาวนาที่นี่จะทำเหมือนสมัยที่หลวงปู่ยังอยู่ คือ
ท่านจะให้ทุกคนที่ไปภาวนานั่งสมาธิเพชรฟังเทศน์ ด้วยเหตุผลว่า
”การนั่งสมาธิเพชรนั้นเป็นการฝึกฝนคนเราให้เกิดความตั้งใจมั่น”

๒๕. วัดป่าสาละวัน

อ. เมือง จ. นครราชสีมา
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
วันที่ ๑-๕ ของทุกเดือน จะมีการอบรมการปฏิบัติแก่อุบาสกอุบาสิกา
ที่ใต้ศาลา และบนวิหารชั้น ๒ โดยจะมีพระให้การอบรม

๒๖. วัดสมเด็จแดนสงบ (แสงธรรมเวฬุราราม)

๙๙ ซอย ๑๙ ถ. มิตรภาพ อ. เมือง จ. นครราชสีมา ๓๐๐๐๐
โทร. (๐๔๔) ๒๑๔-๑๓๔, ๒๑๔-๘๖๙-๗๐
วิปัสสนาจารย์ พระครูภาวนาวิสิฐ
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔

๒๗. วัดป่าวะภูแก้ว

ต. มะเกลือใหม่ อ. สูงเนิน จ. นครราชสีมา
แนวปฏิบัติ แนวหลวงปู่เสาร์ - หลวงปู่มั่น ภาวนา “พุทโธ”
วัดอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ มีต้นไม้ใหญ่น้อยมาก สถานที่เงียบสงบ สวยงาม
มีอาคารอบรมขนาดใหญ่ สำหรับผู้มาทำสมาธิเป็นหมู่คณะ

๒๘. วัดหนองป่าพง

๔๖ หมู่ ๑๐ ต. โนนผึ้ง อ. วารินชำราบ จ. อุบลราชธานี
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อชา สุภทฺโท
แนวปฏิบัติ เน้นให้มีสติสม่ำเสมอ ฝึกสมาธิแบบอานาปานสติ

๒๙. ศูนย์ปฏิบัติธรรมสวนเวฬุวัน

บ้านเนินทาง ต. บ้านค้อ อ. เมือง จ. ขอนแก่น ๔๐๐๐๐
โทร. (๐๔๓) ๒๓๗-๗๘๖, ๑๒๗-๗๙๐
เป็นสถานปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานสาขา ของหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ เช่นเดียวกับวัดอัมพวัน จ. สิงห์บุรี

๓๐. วัดป่าวิเวกธรรมวิทยาราม

ซ. ศรีจันทร์ ๑๓ ถ. ศรีจันทร์ ต. ในเมือง อ. เมือง จ. ขอนแก่น ๔๐๐๐๐
โทร. (๐๔๓) ๒๒๒-๐๔๒
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”

๓๑. วัดถ้ำผาบิ้ง

ต. ทรายขาว อ. วังสะพุง จ. เลย
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่หลุย จันทสาโร
เมื่อไปถึงจะพบศาลาสร้างด้วยไม้ที่โปร่งสะอาดน่านั่งสมาธิ มีกุฏิหลายหลัง
มีถ้ำอยู่ไม่สูงจากเชิงเขา มีบันได้ขึ้นสะดวก เป็นที่สงบวิเวกมาก
เหมาะแก่การปฏิบัติอย่างอุกฤษฎ์ พระในสายพระอาจารย์มั่นมักมากจำพรรษา
และปฏิบัติธรรมที่นี่ เพราะเป็นที่สัปปายะ บรรยากาศเงียบสงบ ห่างจากเมือง

๓๒. วัดถ้ำกองเพล

ต. โนนทัน อ. เมือง จ. หนองบัวลำภู ๓๙๐๐๐
โทร. (๐๔๒) ๓๑๒-๓๗๗
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่ขาว อนาลโย
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
เป็นวัดป่ากว้างขวาง พร้อมศาลาปฏิบัติธรรมสร้างภายในถ้ำ
ทางไปถ้ำสะดวกอยู่ริมถนน รถเข้าถึงปากถ้ำได้ ไม่ต้องปีน
บางกุฏิก็ซ่อนอยู่ตามเหลือบผาต่าง ๆ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม
เมื่อไปถึงให้ติดต่อศาลาประชาสัมพันธ์เพื่อขออนุญาตก่อน ปฏิบัติธรรมอย่างเข้ม

๓๓. วัดป่าบ้านตาด

ต. บ้านตาด อ. เมือง จ. อุดรธานี
วิปัสสนาจารย์ หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
ในวัดมีกุฏิที่พักหลายกุฏิ มักจะมีลูกศิษย์มาอยู่ปฏิบัติกันมาก
แต่ผู้มาปฏิบัติที่นี่ต้องกินน้อย นอนน้อย ปฏิบัติมาก
กลางคืนมักจะเดินจงกรม นั่งสมาธิ จนดึก หรือโต้รุ่งก็มี
ไม่ใช้ไฟฟ้าในตอนกลางคืน ผู้ปฏิบัติจึงควรจำไฟฉายหรือเทียนติดตัวไปด้วย
เพื่อใช้ส่องทางเดิน ทางจงกรม ซึ่งมักจะเป็นทางดิน
และอาจมีสัตว์ เช่น งู อยู่บ้าง ต้องเจริญเมตตาไม่เบียดเบียนต่อกัน

๓๔. วัดหินหมากเป้ง

บ้านไทยเจริญ หมู่ ๔ ต. พระพุทธบาท อ. ศรีเชียงใหม่ จ. หนองคาย
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
ในวัดมีกุฏิเรือนรับรองอยู่มาก บริเวณกว้างขวาง ประกอบด้วยป่าโปร่ง ป่าไผ่
ทะเลสาบใหญ่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง เหมาะแก่การอยู่ปฏิบัติ

๓๕. วัดเจติยาคีรีวิหาร (ภูทอก)

อ. บึงกาฬ จ. หนองคาย
วิปัสสนาจารย์ พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
วัดตั้งอยู่บนภูทอก ทางขึ้นค่อนข้างชัน
สร้างด้วยความอัศจรรย์และด้วยจิตที่เด็ดเดี่ยวของพระเณร
ท่านพระอาจารย์จวนได้ทำทางขึ้นเป็นขั้นบันไดและทางเดินด้วยไม้รอบภูจนถึงยอด
บริเวณหน้าผา ท่านใช้ไม้ ๒ ลำมัดให้แน่นยื่นออกไป ๔ เมตร
เอาเชือกบังสุกุลผูกปลายไม้ที่ยื่นออกไป ตรึงใส่เสาที่ปักไว้ แล้วไปนั่งที่ปลายไม้นั้น
เพื่อตอกหินเจาะหลุมที่หน้าผา ปรากฏว่า ถ้าให้ฆราวาสไปนั่งปลายไม้ครั้งใด
ก็ไม่สามารถควบคุมสติสมาธิได้ เพราะมองไปข้างบ่างก็เกิดความหวั่นไหว
จนไม่สามารถตอกหินได้สำเร็จ ผู้สร้างจึงเป็นพระและเณร สิ่งปลูกสร้างนี้มี ๗ ชั้น
มีกุฏิที่พักเชิงเขาที่ชั้น ๒ หรือจะพักกุฏิว่างรอบเขาก็ได้ (ต้องขออนุญาตก่อน)
เหมาะกับผู้ปฏิบัติที่ฝึกมาดีพอสมควร มีความเข้มแข็งพึ่งตนเองได้
เนื่องจากเปลี่ยวและสูงอยู่บนภูเขา แต่บรรยากาศเย็นสบาย เงียบสงบ

๓๖. วัดดอยธรรมเจดีย์

บ้านทาสีนวล หมู่ ๓ ต. ตองโขบ อ. ศรีสุพรรณ จ. สกลนคร
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
ปกติจะปฏิบัติที่ศาลา ส่วนที่พักมีกุฏิ และอาคารคึกสะอาดทันสมัย

๓๗. วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม

ถนน รพช หมู่ ๑ ต. ปทุมวาปี อ. ส่องดาว จ. สกลนคร
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภาวนา “พุทโธ”
ที่นี่มีหลายถ้ำ มีถ้ำหนึ่งชื่อถ้ำพวง ซึ่งพระอาจารย์มั่นเคยเล่าให้ฟังว่า
เป็นถ้ำที่ศักดิ์สิทธิ์มาก เคยมีพระอรหันต์ชื่อ พระนรสีห์ มานิพพานที่นี่

๓๘. วัดป่าสุทธาวาส

๑๓๙๖ บ้านคำสะอาด หมู่ ๑๐ ต. ธาตุเชิงชุม อ. เมือง จ. สกลนคร
แนวปฏิบัติ แนวพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ภาวนา “พุทโธ”
มีอาคารเป็นตึกปูน ๓ ชั้นหลังใหญ่ จุคนได้หลายร้อยคน เย็นสบาย

๓๙. วัดคำประมง

เลขที่ ๒๐ หมู่ ๔ บ้านคำประมง ต. สว่าง
อ. พรรณนานิคม จ. สกลนคร ๔๗๑๓๐
วิปัสสนาจารย์ หลวงปู่สิม พุทธจาโร
เนื่องจากเป็นวัดที่มีพระจำพรรษาอยู่น้อยในฤดูนอกพรรษา จึงเงียบสงบ
มีเจ้าหน้าที่ตัดหญ้า ปลูกดอกไม้สวยงามอย่างดี
มีพระพุทธรูปปางต่าง ๆ และสิ่งก่อสร้างสวยงาม มีสระน้ำทะเลสาบใหญ่
ฝูงปลามากมาย มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมและให้อาหารปลาอยู่เสมอ

๔๐. สำนักปฏิบัติธรรมศิริธรรม (ถ้ำชี) เขากิ่ว ต. ไร้ส้ม อ. เมือง จ. เพชรบุรี ๗๖๐๐๐
โทร. (๐๓๒) ๔๒๘-๕๒๒
วิปัสสนาจารย์ หลวงพ่อกนฺตสิริภิกขุ
แนวปฏิบัติ สติปัฏฐาน ๔ และอานาปานสติ
เขากิ่วเป็นภูเขาเตี้ย ๆ มีต้นไม้หนาแน่นมาก อยู่ใกล้เมือง เดินทางสะดวก
บนเขามีลิงอยู่บ้าง แต่ไม่ทำร้ายคน บนสำนักฯ มีเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
ศาลา ถ้ำชี ซึ่งใช้เป็นอุโบสถ กุฏิที่พัก ห้องน้ำ-ส้วม พอสะดวกสบายแก่การปฏิบัติ
ที่นี่เน้นการปฏิบัติเคร่งครัด กินน้อย นอนน้อย ปฏิบัติมาก

การรักษาโรคมะเร็ง





แจกยาฟรี บอกต่อไปได้กุศลแรง ขอประชาสัมพันธ์ค่ะ สำหรับผู้ป่วย หรือมีคนใกล้ตัว คนข้างบ้าน หรือคนรู้จักเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย) และ มะเร็งกระเพาะอาหารจะได้ช่วยกันบอกต่อ......
แจกยาฟรีผู้ป่วยมะเร็ง เม็ดเลือดขาว และมะเร็งกระเพาะอาหาร โรคร้ายที่นำมาซึ่งความทุกข์ทรมาน และคร่าชีวิตผู้คนในอันดับต้น ๆ ในทุกวันนี้คงต้องนับรวมมะเร็งเม็ดเลือดขาวและ มะเร็งกระเพาะอาหารไว้ด้วย
โดยผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดโลหิตขาวเรื้อรังและโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติของเลือดนี้
ส่วน ใหญ่นอกจากจะต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายค่ายาสูงลิบก็ยังประสบปัญหาเรื่องการทำ งานการใช้ชีวิตที่มีข้อจำกัดอย่างยิ่งภาวะของโรคจะบั่นทอนลงไปเรื่อยสร้าง ความหดหู่ทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิดล่าสุดบริษัทยาข้ามชาติโนวาร์ตีสได้ จัดตั้งโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยนานาชาติจีแพป (GIPAP) ซึ่งเป็นโครงการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วย มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง (Chronic Myeloid Leu kemia) ที่มีผล  ฟิลาเดเฟียโครโมโซม (philadephia chromosome) เป็นบวก ผู้ป่วยมีอาการในระยะรุนแรงของโรค หรือผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารชนิดจีสต์  (GIST-Grstro-Intesinal Stromal Tumor) ที่ผ่าตัดไม่ได้ และอยู่ในระยะลุกลาม (มี c-Kill หรือ CD117 เป็นบวก)
โดยโครงการจะจัดมอบยาของบริษัทให้แก่ผู้ป่วยโดยไม่คิดมูลค่ารวม ทั้งจะมอบให้ต่อเนื่องจนกว่าจะมียาอื่นที่เป็นทางเลือกของผู้ป่วยได้ต่อไป
ดร.แด เนียล วาเซลลา ผู้บริหารระดับสูงของโนวาร์ตีส (สหรัฐอเมริกา) กล่าวว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 80 ประเทศทั่วโลก ที่ได้รับอนุมัติในโครงการดังกล่าว ปัจจุบันจีนพบมีผู้ป่วยมากกว่า 1.8 หมื่นราย โดยมีผู้ป่วยจากประเทศไทย ประมาณ 800 คนซึ่งนับว่ายังน้อยมาก จึงต้องการประชาสัมพันธ์เพื่อผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวอาจจะสนใจเข้าร่วม โครงการ ทั้งนี้ ได้จัดตั้งมูลนิธิแมกซ์ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลนานาชาติในการประเมินและ อนุมัติผู้ป่วยที่มีสิทธิได้รับยาฟรีดังกล่าวทั้งนี้
สำนักงานมูลนิธิแมกซ์ตั้งอยู่ที่ซีแอตเติลประเทศสหรัฐอเมริกา
ก่อ ตั้งขึ้นในปี  2540 โดย Pedro  Rivarola เพื่อเป็นเกียรติแก่บุตรชายแม็กซิมิเลียโน ริวาโรลา' (Maximilliano  Rivarola) ซึ่งเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเม็ดโลหิตด้วยวัยเพียง 17 ปี สำหรับมูลนิธิแมกซ ์ในประเทศไทยได้จัดตั้งมูลนิธิสาขา ได้แก่ แมกซ์! (ประเทศไทย) ซึ่งจะเป็นผู้ทำการพิจารณาอนุมัติอย่างอิสระสำหรับผู้ป่วยที่จะขอความช่วย เหลือจากจีแพปได้  ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1. ผู้ป่วยจะต้องได้รับการวินิจฉัยโรคโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว
    ชนิดเรื้อรัง (CML-Chronic Myeloid Leukemia) หรือ  มะเร็งกระเพาะอาหาร ( GIST) ซึ่งได้รับ
    การวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่ามีผล CD 117 เป็นบวก
2. ผู้ป่วยเป็นผู้มีสัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย
3. ไม่สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้
4. ไม่สามารถจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองได้ และไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากที่ใดทั้งสิ้น
หากมีคุณสมบัติครบให้ปฏิบัติดังนี้
1. แจ้งความประสงค์เข้าร่วมโครงการรับยาฟรีจากแพทย์ผู้รักษา แพทย์ของท่านจะดำเนินการ
   จัดส่งใบสมัครในนามของท่านออนไลน์ไปที่ www.themaxfoundation

2. ให้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเอง ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และชื่อของแพทย์ผู้รักษา
3. ภายหลังจากที่แพทย์ของท่านส่งใบสมัครมาที่มูลนิธิแมกซ์แล้ว เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับไป
    หาท่านเพื่อนัดสัมภาษณ์
4. กรณีที่ได้รับการอนุมัติ มูลนิธิจะแจ้งผลไปยังบริษัท โนวาร์ตีส (ประเทศไทย)
    เพื่อจัดส่งยาผ่านแพทย์ผู้รักษาตัวท่าน
5. แพทย์จะเป็นผู้แจ้งผลการพิจารณาผลการอนุมัติให้ท่านทราบเอง
ส่วนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมในโครงการมี  16  แห่ง คือ
1. สถาบันมะเร็งแห่งชาติ         2. โรงพยาบาลรามาธิบดี
3. ศิริราชพยาบาล            4. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
5. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า      6. โรงพยาบาลราชวิถี
7. โรงพยาบาลวชิรพยาบาล         8. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
9. โรงพยาบาลตำรวจ            10. โรงพยาบาลภูมิพล
11. โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่  
12. สถาบันวิจัยทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยนเรศวร
13. โรงพยาบาลสงขลานครินทร์      14. โรงพยาบาลหาดใหญ่
15. โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี  และ      16. โรงพยาบาลสระบุรี



ผู้ป่วยหรือมี คนใกล้ชิดป่วยด้วยโรคดังกล่าว สามารถติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  
คุณธนศักดิ์   อุทิศชลานนท์  และ คุณบุษกร   สนธิกร
หมายเลขโทรศัพท์              02-439-4600       /             02-439-4600       ต่อ 8202
หรือจะเข้าไปดูรายละเอียดในเว็บไซต์ที่
www.gipapthailand.org  http://www.gipapthailand.org/  หรือ www.themaxfoundation.com http://www.themaxfoundation.com/



วิธีง่าย ๆ ต่อสู้กับมะเร็ง (ส่งต่อได้ กุศล)


วิธีง่ายๆต่อสู้กับมะเร็ง (ส่งต่อได้กุศล)
พ่อเลี้ยงวรรณ  พิมพนิช  เจ้าของรวมเกษตรฟาร์ม มาบรรยายวิธีรักษามะเร็ง
เมื่อเดือนที่แล้ว ผมเห็นว่ามีประโยชน์จึงนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนฟังดังนี้
พ่อเลี้ยงวรรณฯ อายุ 60 ปี เป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายที่กระดูกสันหลัง  คุณหมอ
ทั้งไทยและเยอรมันไม่รับรองว่าจะรักษาหาจึงไปทำการรักษาที่เกาหลีเหนือ
เป็นเวลา 1 เดือนก็หายจากโรคกลับมาเมืองไทยจึงตั้งเป็นมูลนิธิวรรณ
รับรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ยากไร้ฟรี !!!!!
ปัจจุบันมีผู้รับการรักษา 2,000 กว่าคน ณ อำเภอแม่สอด ห่างจากจังหวัดตาก100 กม.
วิธีการรักษามะเร็งแบบธรรมชาติง่ายๆ 4 ข้อดังนี้
1. จิตใจต้องสู้
2. อาหารงดเว้นเนื้อสัตว์ แล้วหันมารับประทานอาหาร ที่มะเร็งไม่รับประทาน
   15 ชนิดได้แก่
2.1 ธัญพืช 5 ชนิด ได้แก่ ข้าวกล้อง, ข้าวม้ง, ข้าวบาเล่ย์, ข้าวสาลี และ
      ลูกเดือย  นำมาหุงด้วยหม้อข้าวไฟฟ้า
2.2 ผักผลไม้ 10 ชนิดได้แก่ หอมหัวใหญ่, มันฝรั่งหรือมันเทศ, กล้วยน้ำว้าสุก
     ( 8 ลูก/วัน), ฟักทอง, ข้าวโพดหวาน, ยอดแค, ถั่วพู
2  ชนิดนี้ห้ามขาดคือ บลอคโคลี่ หรือกะหล่ำดอก, ถั่วหวาน และคะน้าฮ่องกง(ผักผลไม้ 5 ชนิดแรกใช้นึ่ง) นำทั้ง 10 ชนิดหั่นเป็นชิ้นๆ นำมาเข้าเครื่องปั่นแบบไม่ต้องละเอียดมากเพื่อให้กระเพาะอาหารทำหน้าที่ย่อย จากนั้นนำมารับประทาน  หนัก 1 กก./วัน กับธัญพืช

3. อาบน้ำร้อนสลับเย็น หรือเย็นสลับร้อนอย่างละ 2 นาที รวมเวลา 10 นาที
   1  ครั้ง/วัน
เตรียมน้ำร้อน   โดยใช้เครื่องทำน้ำร้อน
เตรียมน้ำเย็น   โดยหาถังน้ำใส่น้ำแข็ง
แล้วอาบร้อนจัด และเย็นจัด เท่าที่ร่างกายทนได้ ภูมิต้านทานโรค ทั้งสิ้น 2 พวกจะถูกกระตุ้นขึ้นมาทำหน้าที่อย่างแข็งขัน
4. การออกกำลังกาย เดินเร็วหรือวิ่งเหยาะ ๆ ประมาณ 45 นาที/วัน ง่ายไหมครับ

ถ้าเพื่อนสนใจ สามารถเขียนจดหมายติดต่อ ขอรับธัญพืชปลอดสารพิษจากไร่ อำเภอแม่สอด ตามสถานที่ข้างล่างนี้
มูลนิธิวรรณ  เลขที่ 3/681  ประชานิเวศน์
ถนนเทศบาลนิมิตเหนือ   ลาดยาว จตุจักร  กทม.
พ่อเลี้ยงวรรณ              02-158-0658       /             086-788-6222    


ด้วย อานิสงส์ผลบุญที่ข้าพเจ้าได้สั่งสมมาตั้งแต่อดีตชาติก็ดี ปัจจุบันชาติก็ดี จนถึง ณ บัดนี้ที่ได้ร่วมสร้าง อ่าน ศึกษา และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งตามเอกสารที่จัดทำขึ้นมานี้  จงมีแด่เทวดาทั้งหลายที่ประจำตัวข้าพเจ้า เทวดาที่อยู่ในบ้านเรือน อยู่ในร้านค้าอาคารที่ข้าพเจ้าได้ใช้ประโยชน์ อีกทั้งเทวดาประจำตัวบิดา มารดา สามี ลูกหลาน ญาติของข้าพเจ้า เป็นต้น ขอให้เทวดาทั้งหลายได้โปรดมาร่วมอนุโมทนาบุญทั้งหลายที่ข้าพเจ้าได้สั่งสมมา และขอให้บุญเหล่านี้ จงมีแก่ญาติ ซึ่งได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว ไม่ว่าท่านจะเกิดเป็นพรหม เทวดา มาร ยักษ์ กุมภัณฑ์ คนธรรพ์ ครุฑ นาค เงือก กินรา ผี ปีศาล
   เมื่อเทวดาและท่านทั้งหลายได้บุญเหล่านี้แล้ว ขอได้โปรดช่วยให้ข้าพเจ้าและบุคคลที่เคารพรักบูชา มีสุขภาพกายใจ-แข็งแรง ทำงาน ทำกิจการค้าขายก็ขอให้เป็นไปด้วยดี เจริญรุ่งเรืองทั้งทรัพย์ภายนอก และทรัพย์ภายใน ข้าพเจ้าจะได้มีโอกาสสร้างบุญบารมียิ่งขึ้นด้วยการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็ง

ด้วย อานิสงส์ผลบุญที่ข้าพเจ้าและครอบครัวได้สั่งสมมาตั้งแต่อดีตชาติก็ดี ปัจจุบันชาติก็ดี จนถึง ณ บัดนี้ที่ได้ร่วมสร้าง อ่าน ศึกษา และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งตามเอกสารที่จัดทำขึ้นมานี้ จงมีแก่เจ้ากรรมนายเวร ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ ท่านอาจเกิดเป็นคน สัตว์ หรือเชื้อโรคในร่างกายของข้าพเจ้าและครอบครัว ข้าพเจ้าและครอบครัวขออุทิศบุญกุศลให้แก่ท่าน ขอให้ท่านได้โปรดอโหสิกรรม ท่านที่เป็นเชื้อโรคในร่างกายข้าพเจ้าและครอบครัว ก็ขอได้โปรดออกจากร่างกายข้าพเจ้าและครอบครัว แล้วเลือกเกิดในภพภูมิดีดีตามที่ท่านปรารถนาเทวยาตรา

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แมวเจ้ากรรม

                                           

แมวเจ้ากรรม

แมวเจ้ากรรม
โดย...ผู้จัดการออนไลน์

ดิฉันมีโอกาสได้รู้จักสองสามีภรรยาคู่หนึ่ง
ที่เดินจูงมือกันมาเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
ผู้เป็นสามีเล่าให้ฟังว่าเหตุที่เขากับภรรยาต้องมา
ขอเข้าปฏิบัติวิปัสนากรรมฐาน
ก็เนื่องจากทั้งคู่มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงมาก
เหมือนๆ กับศีรษะจะแตก แยกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ
รวมทั้งร่างกายหลังไหล่ก็เจ็บปวดรวดร้าว
เหมือนกับถูกตี ถูกฟาดอย่างรุนแรง
ได้รับทุกขเวทนาเหลือเกิน กินไม่ได้นอนไม่หลับ
รักษาหมดเงินทองไปมากมายก็ไม่หายสักที
มีแต่ทุเลาลงเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น

ในที่สุดก็มีเพื่อนคนหนึ่งที่รับรู้ถึงความทุกข์ทรมาน
ของสองสามีภรรยาคู่นี้ จึงแนะนำให้ทั้งคู่ทดลอง
เข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน บางทีอาจจะหายก็ได้
ดังนั้น เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นใดที่จะดีไปกว่านี้
ทั้งสองจึง ปรึกษาหารือกันและตกลงใจ
ที่จะพากันมาเข้าปฏิบัติธรรม
จากการปฏิบัติที่เคร่งครัดตามขั้นตอนจนครบ
จบหลักสูตร 7 คืน 8 วันฝ่ายสามีก็ได้รับรู้
ถึงสาเหตุของอาการปวดศีรษะ
ที่แทบจะแตกแยกออกมาเป็นเสี่ยงๆ
ว่ามันเป็นเพราะกฎแห่งกรรมที่เขาทั้งสองคน
ต้องชดใช้ในชาตินี้นั่นเอง ซึ่งเขาได้เล่าให้ฟังว่า

เขามีบ้านพักอาศัยอยู่นอกเมือง
แต่ทว่ามาดำเนิน ธุรกิจเปิดบริษัทดำเนินกิจการ
อยู่บริเวณแถวๆ เสาชิงช้า
เย็นลงก็พากันขับรถกลับบ้าน
รุ่งขึ้นก็ขับรถมาทำงาน เป็นอย่างนี้ประจำ

วันหนึ่งทั้งสองคนเกิดต้องเดินทางไปทำกิจธุระ
ที่ต่างจังหวัดประมาณ 3 วัน พอถึงวันเดินทางกลับ
เมื่อไปถึงที่ทำงานและเปิดประตูห้องทำงาน
ซึ่งเป็นห้องกระจกที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม
ก็ต้องตกใจเพราะพบว่าสิ่งของเครื่องใช้
กระดาษต่างๆ กระจุยกระจายยับเยินตกอยู่กับพื้น
พร้อมกับมีกลิ่นอุจจาระ ปัสสาวะแมวฟุ้งตลบ
ทั้งคู่เกิดอาการเลือดขึ้นหน้า
กัดฟันกรอด ด้วยความโกรธจัด

สาเหตุที่เกิดขึ้น ก็เพราะบังเอิญได้ขังแมวตัวหนึ่ง
เอาไว้ในห้องนั้นโดยไม่รู้มาก่อน ถึง 3 - 4 วัน
ฝ่ายเจ้าแมว เมื่อถูกขังไว้ในนั้น
ไม่สามารถออกมาข้างนอกได้
ต้องอดทั้งข้าว อดทั้งน้ำ
จึงพยายามดิ้นรนช่วยตัวเองเต็มที่
เพื่อจะหาทางออกให้ได้
และคงจะคิดเอาเองตามประสาแมวว่า
ถ้าหากทำลายสิ่งกีดขวางที่วางไว้ให้ราบเตียนหมดแล้ว
ก็คงจะพบช่องทางออกแน่ๆ แต่ก็ไม่สำเร็จ

ข้างฝ่ายสองสามีภรรยา เมื่อรู้ว่าแมว คือ ตัวการ
ก็พากันค้นหาจนพบว่ามันนอนหมอบอยู่ใต้โต๊ะตัวหนึ่ง
สามีจึงบอกให้ภรรยาช่วยกันจับแมวเอาไว้
ฝ่ายแมว ดูเหมือนจะรู้ตัว
หรืออาจจะเป็นสัญชาตญาณของการ ป้องกันตัวเอง
มันจึงวิ่งหนีสุดชีวิต วิ่งวนเวียนไปมาอยู่ในห้องนั่นเอง
เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง
ทั้งคู่ก็ยังไม่สามารถจับแมวเจ้ากรรมตัวนั้นได้
และด้วยความเหน็ดเหนื่อยจนแทบขาดใจ
ทำให้ความโกรธและความโมโหทวีขึ้นเป็นเท่าตัว !!

ดังนั้น เมื่อช่วยกันดักจับตัวได้
ด้วยอารมณ์โมโห และโกรธแค้นถึงขีดสุด
ทั้งสองช่วยกันจับสองขาหลังของเจ้าแมว
ฟาดกับฝาห้องอย่างเต็มที่โดยไม่ยั้งมือ
จนกระทั่งเจ้าแมวหัวแตก หัวแบะ
เลือดอาบ มันสมองไหล และตายคาที่
ข้างฝ่ายสามีซึ่งยังโกรธ ไม่หาย
และยังรู้สึกว่าไม่หนำใจ ก็จับแมวขึ้นฟาดอีก
แบบไม่นับ ทั้งๆ ที่เจ้าแมวก็ตายไปแล้ว
สักพักใหญ่ๆ เมื่ออารมณ์ค่อยสงบนิ่งลงแล้ว
ทั้งสองจึงจัดการนำซากศพแมวไปทิ้ง
และทำความสะอาดห้องทำงานใหม่

วันเวลาผ่านไปสองสามีภรรยา
ก็ลืมเรื่องแมวเจ้ากรรมเสียสนิท
แต่ไม่นานวันหนึ่ง รถเก๋งที่เคยขับพากันมาทำงานนั้น
เกิดเสียขึ้นมาดื้อๆ และต้องเอาเข้าอู่ซ่อม
ทั้งคู่จึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ด้วยการขี่รถจักรยานยนต์มาแทน
โดยสามีเป็นผู้ขับพาภรรยาซ้อนท้ายมา

ขณะที่ขับมาด้วยความเร็วสูงนั้น
เขากำลังจี้ท้ายรถ บรรทุกเหล็กเส้น
มาอย่างกระชั้นชิด แต่ด้วยสาเหตุใด ไม่ทราบได้
รถบรรทุกเหล็กเส้นเกิดเบรกกะทันหัน
ทำให้รถจักรยานยนต์ที่เขาขับมา
พุ่งเข้าชนท้ายรถบรรทุกเต็มแรง
จนทั้งคู่อาการสาหัส ฝ่ายสามีนั้นอาการหนัก
เพราะเหล็กพุ่งเสียบหน้าอกเส้นหนึ่ง
ศีรษะแตกแบะ แยกออกมา เห็นมันสมอง
ร่างกายก็ถลอกปอกเปิกยับเยิน ไส้พุงทะลัก

จนทุกคนที่เห็นสภาพบอกว่าไม่มีทางรอดแน่ๆ
แต่เดชะบุญที่ชะตายังไม่ขาด เหล็กที่เสียบนั้น
จึงไม่ถูกที่สำคัญ แพทย์จึงสามารถ
ผ่าตัดช่วยชีวิตเอาไว้ได้ ส่วนภรรยาก็หัวแบะ
เย็บหลายเข็ม รวมทั้งบาดเจ็บตามร่างกาย
ทั้งสองต้องนอนรักษาตัวอยู่ ในโรงพยาบาล
นานเป็นเดือนๆ จนขาดรายได้
ทำให้ครอบครัวเดือดร้อนไม่น้อย

เวลาผ่านไปเกือบปี สภาพร่างกายก็ค่อยๆคืนสู่ปกติ
แต่ทว่าสิ่งที่ยังคงอยู่ก็คืออาการปวดศีรษะ
ที่ทั้งคู่มีเหมือนกัน โดยปวดร้าวไปทั่วทั้งใบหน้า
รักษาอย่างไร ก็ไม่หาย เพียงแค่ทุเลาลงบ้างเท่านั้น

และนี่คือกฎแห่งกรรมที่เกิดขึ้นกับสองสามีภรรยา
อันเนื่องมาจากการทำร้ายและฆ่าแมวอย่างโหดเหี้ยม
ทารุณ โดยขาดความเมตตา ความสำนึก
และความยั้งคิดใดๆ เพราะเมื่อทั้งสองช่วยกัน
จับสองขาหลังของแมวฟาดกับฝาห้องสุดแรง
แมวย่อมจะตื่นตกใจกลัว และบาดเจ็บทุกข์ทรมาน
จนกระทั่งหัวแบะมันสมองไหลตายคาที่
แค่นั้นยังไม่หนำใจยังทำทารุณซากของแมวต่อ !!

การทำทารุณกรรมต่อแมวให้
ได้รับความเจ็บปวดจนตายนั้น
ทำให้ทั้งคู่ต้องชดใช้หนี้กรรมอย่างรุนแรง
และรวดเร็ว !! แต่ยังดีที่สองสามีภรรยา
คงจะทำบุญสร้างกุศลไว้บ้าง
และชะตายังไม่ถึงฆาต
จึงรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชมาได้ในคราวนั้น
แต่ก็ต้องชดใช้กรรมด้วยการปวดศีรษะ
อย่างรุนแรงไม่หาย ทนทุกข์ทรมาน
มาเป็นแรมปี

บัดนี้ สองสามีภรรยาได้สำนึกแล้วว่า
บาปกรรมมีจริงกฎแห่งกรรมเป็นกฎที่หนีไม่พ้น
ทั้งคู่จึงหันกลับมา สร้างแต่บุญกุศล
ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศล
ขออโหสิกรรมต่อเจ้าแมวตัวนั้นทุกวัน
รวมทั้งพากันรักษาศีล ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
และเจียดรายได้ส่วนหนึ่งสมทบเป็นเจ้าภาพ
เลี้ยงอาหารผู้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมเป็นประจำ
ทุกวันนี้อาการปวดศีรษะก็ค่อยๆ น้อยลงๆ เป็นลำดับ
ทำให้ทั้งสองคนต่างก็มีความสุขมากขึ้น

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

วิชาลอยสัพเคราะห์


วิชาลอยสัพเคราะห์

วิชานี้ เป็นวิธี แก้เคราะห์ แก้กรรม ที่ดีมาก วิชาหนึ่ง ถือ ว่าเป็นวิชา ที่พิเศษ ที่สุด ซึ่งได้รับความกรุณา จากท่านอาจารย์ท่านหนึ่ง แนะนำถ่าย ทอดมา เป็นเวช วิทยาทานเพื่อท่าน ทั้งหลาย จะได้นำไป ใช้แก้เคราะห์แก้ กรรมให้ แก่ตนเอง  แต่ ก่อนแก้ ต้องรู้เหตุที่ทำให้เกิดเคราะห์เกิดกรรมเสียก่อน มันมาจากไหนและคืออะไรโดนแล้วมันมีลักษณะเป็นเช่นไร เหตุการณ์ใดที่ทำให้เกิดกรรมเกิดเคราะห์กับเรา โบราณท่านกล่าวไว้ว่า   การ ที่เราได้ไปคบหาสมาคมกับบุคคลบางประเภทย่อมทำให้เราเกิดอุบาทว์ ความอัปรีย์ เสนียดจัญไร หรือธรณีสารเมื่อมาโดนตัวเราเข้าก็ทำให้เราหากินไม่ขึ้นเกิดเรื่องราวต่างๆ  ที่ ไม่ดีดังเช่น ครอบครัวแตกแยก เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง ทำมาหากินไม่ขึ้นไม่เจริญก้าวหน้าลักษณะคนที่เรียกว่าโดน อุบาทว์ อัปรีย์ เสนียดจัญไร และต้องธรณีสารนั้นมีดังนี้คือ
๑.  มนุษย์อุบาทว์  อัปรีย์  เสนียดจัญไร  ได้แก่บุคคลประเภทอัปมงคล  ประพฤติตนต่ำช้า เลวทราม พูดจาหยาบโลน ชอบนินทา ใส่ร้ายผู้อื่นอยู่เสมอ ๆ  ชอบ ยกตนข่มท่านไม่คารวะผู้ใหญ่หรือผู้สูงอายุ เป็นคนอกตัญญูลบหลู่ดูถูกผู้มีพระคุณ ชอบเอาของต่ำส่วนตัวเช่น กางเกงใน หรือผ้าอนามัย ไว้ในที่อันที่ไม่เหมาะสมหรือนำผ้าถุง ถุงเท้า ตากไว้บนราวสูงตรงกับทางเดินภายในบ้าน เดินรอดไปรอดมา เสพกามวิปริต ผิดมนุษย์ธรรมดา มั่วกามรมณ์ ชอบเสพเมถุนไม่เลือกสถานที่ เรียกว่า ต้องกาลกิณี
ฉะนั้นผู้หญิงหรือชายใดได้เสพกามกับบุคคลประเภทนี้เรียกว่าต้องอุบาทว์ อัปรีย์ เสนียดจัญไร ชีวิต
จะอับเฉาประสบอุปสรรคมาก
๒.  มนุษย์ ต้องธรณีสารได้แก่ บุคคลมีลักษณะง่วงซึม และง่วงเหงาหาวนอนอยู่เสมอ นอนกรนเสียงดัง กัดฟัน น้ำลายไหลยืดไม่รู้ตัว มีกลิ่นตัวแรง เมื่อเสพกามกิจครั้งใดน้ำกามจะมีกลิ่นเหม็นอย่างแรง ทำให้คู้ครองเบื่อหน่ายเรียกว่าต้องธรณีสาร
          ฉะนั้นท่านใดเคยร่วมเสพกามกับบุคคลประเภทนี้หรือตัวเราเองมีอาการดังกล่าวต้องแก้ไขดังต่อไปนี้
 
วิธีการลอยสัพเคราะห์
 ๑.  กระทงใบตอง ๑ ใบ
๒.  ตัดเล็บมือเล็บเท้าทั้ง ๑๐ เล็บ อย่างละหน่อย
๓.  ตัดผมนิดหน่อย
๔.  เอาผ้าขาวหรือกระดาษทิชชู่เช็ดหน้า เช็ดขี้ตา และน้ำมูก เอาของทั้งหมดใส่ในกระทงแล้วจุดธูป ๓๒ ดอก  จากนั้น
           ว่า นะโม ๓ จบ
           ว่าคาถา ปาสุอุชา   ( ๒ จบ )
แล้วกล่าวคำอธิษฐานดังนี้

ตน ตัวแห่งลูกนี้มีชื่อว่านาย นาง นางสาว................นามสกุล.....................เกิดวันที่........ เดือน................ปี...........พ.ศ..................อายุ............. อยู่บ้านเลขที่.....................ตำบล...................... อำเภอ.................
จังหวัด...........................จะขอทำพิธีลอยสัพพระเคราะห์ด่วน  ต่อองค์แม่พระคงคาขอได้โปรดเมตตารับทราบและน้ำส่งยังสถานที่อันควรด้วยเทอญ

     จากนั้นให้ปักธูปลงที่ริมตลิ่งแล้วจึงนำกระทงและของทั้งหมดลอยลงน้ำไป เมื่อลอ
ยแล้ว ให้หันหลังกลับเดินจากไปทันทีห้ามหันกลับมามองอีก  การลอยต้องลอยในน้ำไหลเท่านั้นน้ำนิ่งในบึงในบ่อไม่ได้เด็ดขาด          ต่อไปให้ทำน้ำมนต์อาบ ๓ วันติดต่อกัน
พิธีทำน้ำมนต์
๑. จุดธูป ๓๒  ดอก  ต่อหน้าพระบูชา
๒. ว่า นะโม ๓ จบ
๓.  แล้วว่าคาถาดังนี้

พุทธัง อัตถันจะ ปัจจุทธะรามิ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ
ธัมมัง อัตถันจะ ปัจจุทธะรามิ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ
สังฆัง อัตถันจะ ปัจจุทธะรามิ นะโมพุทธายะ นะมะพะทะ
โองการ พินทุนาถัง อุปปันนังพรหมาสะหะปะฏินามะอาทิกัปเป สุอาคะโต ปัจจะปะถุมัง ทิสสวา นะโมพุทธายะวันทะนัง สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิการิยะ ตะถาคะโต สิทธิเตโช ชะโยนิจจัง สิทธิลาโภนิรันตะรัง สัพพะกัมมัง ประสิทธิเม สัพพะสิเนหา จะปูชิโต สัพพะโกธัง วินาสะสันตุ ปิยามะนาโป เมโลกัสสะมิง สัพพะสุขโข ลาโภภัญปัญ ภะวันตุเม

 การทำน้ำมนต์นี้จะว่ากี่จบก็ได้ ยิ่งมากยิ่งดีแล้วแต่เรา  ขยันทำอาบบ่อยๆจะเป็นศิริมงคลแก่ตนมาก อย่างน้อยควรทำอาบให้ได้ ๓ ครั้ง
หลังจากนั้นให้จัดอาหารคาวหวาน ๑ ปิ่นโตพร้อมน้ำ ๑ ขวด ถวายพระสงฆ์เช้าหรือเพลแล้วกรวดน้ำด้วยบทอิมินาบทใหญ่
แล้วหลังจากนั้นต้องปล่อยนก ๑ คู่ เต่า ๑ คู่ แล้วชีวิตจะดีขึ้น อาจารย์ท่านกล่าวคำรับรองว่าชีวิตจะค่อยๆดีขึ้น 100% แน่ นอน ตำรานี้เหมาะกับอาชีพทำเสริมสวยเป็นอย่างมากเพราะต้องโดนหัวและโดนตัวคนเยอะ มีโอกาสโดนอุบาทว์อัปรีย์เสนียดจัญไรและต้องธรณีสารได้ง่าย สังเกตดูเถอะ คนที่ทำอาชีพทำผมเสริมสวยมักมีปัญหาครอบครัว ชีวิตคู่ล้มเหลว และส่วนใหญ่จะเป็นเมียน้อยเขา เพราะโดนอาถรรพณ์ดังกล่าว  ขอให้ลองทำกันเถอะชีวิตจะได้ดีขึ้นใครได้พบตำรานี้ถือว่าเป็นโชคอย่างยิ่งแล       
ขอบพระคุณอาจารย์มากค่ะ

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

โหราศาสตร์กับชีวิตประจำวัน

  ประวัติความเป็นมาของโหราศาสตร์ และ โหราศาสตร์กับชีวิตประจำวัน
วิชาโหราศาสตร์ เป็นศาสตร์เก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมาแต่ยาวนาน ทั้งยังอยู่เคียงคู่มนุษยชาติ มา ตั้งแต่โบราณกาล  วิชาโหราศาสตร์ มิใช่จะมีแต่ในเมืองไทยเท่านั้น แต่เห็นจะมีเกือบทั่วโลก ทุกชาติ และทุกภาษา ในสมัยพุทธกาล ครั้งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยังทรงมีพระชนม์อยู่ ก็จะพบว่า ศาสตร์นี้เป็นที่แพร่หลายในหมู่วรรณะ “พราหมณ์ ”  ซึ่งมีมาแต่เดิมอยู่แล้ว ในวรรณะพราหมณ์ถือว่า ตนเป็นสื่อ หรือตัวแทน ของเทพเจ้าบนสรวงสรรค์ พระมหากษัตริย์มักจะทรงแต่งตั้ง ท่านพราหมณ์เป็นที่ปรึกษาราชการ ในตำแหน่ง “ ปุโรหิต ”
พระมหากษัตริย์ของไทยเรา พระองค์ก็ทรงมีตำแหน่ง
“ โหราธิบดี ”
 ไว้เป็นที่ปรึกษาคู่บัลลังก์ ไว้ช่วยในพิธีการวางฤกษ์ยามในพระราชพิธีต่างๆ หรือแม้กระทั้งในด้าน
การพิชัยสงคราม วิชา โหราศาสตร์ นั้น เป็นทั้ง  
   ศาสตร์
(Sciences) และ ศิลป์( Arts )   ตั้งแต่อดีตกาล วิชา หรือตำราของแต่ละสำนัก แต่ละ
   ครูบาอาจารย์ ที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมา ทั้งหมดนั้นถือเรียกได้ว่าเป็น ศาสตร์ ศาสตร์ที่ว่านี้เปรียบเสมือน
   สมบัติอันล่ำค้า ที่บรรพบุรุษได้ถ่ายทอดลงมาจากรุ่นสู่รุ่นอนุชนรุ่นหลังควรอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่ตราบนานเท่านาน
           ส่วนเทคนิคการพยากรณ์ และการนำตำรา แต่ละแขนงมาประยุกต์ใช้ ให้สอดคลองกับ เหตุการณ์
    บ้านเมืองในปัจจุบัน เราเรียกว่า ศิลป์  โหรพยากรณ์ที่ดีก็ควรใช้ทั้ง ศาสตร์ และ ศิลป์ ในการทำนายเพื่อ
    ช่วยชี้แนะแก้ไขปัญหา ที่เกิดขึ้นแล้ว หรือ กำลังจะเกิดให้สามารถผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ด้วยดี
          โหราศาสตร์ กับชีวิตประจำวัน
          คนเราเกิดขึ้นมาในโลกนี้ แม้จะเป็นพี่น้อง ท้องเดียวกัน เกิด วัน เดือน ปี และเพศ เดียวกัน แต่พอ
     เติบใหญ่ขึ้นมา  ฉนชะตา และการดำเนินชีวิตนั้น แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง บางคนเกิดมาใน ตระกูล
     มหาเศรษฐี พอได้รับทรัพย์สมบัติกลับรักษาไว้ไม่ได้ แต่บางคนเกิดในตระกูลต่ำต้อย ครั้งแต่เล็ก หมั่นศึกษา
    
เล่าเรียนวิชา อีกทั้งขยันขันแข็ง ตอนเติบใหญ่ ได้ยกเป็นผู้มั่งมีฐานะ กลายเป็นมหาเศรษฐี เลยก็มี บางคน
    
สูง ดำ ต่ำ ขาว สวย หล่อ หรือขี้เหล่  สิ่งเหล่านี้ในทาง พุทธศาสนา กล่าวไว้ว่าสาเหตุเกิดขึ้น เพราะกรรม
     กำหนด   กรรมคนเรานั้น มีทั้ง กรรมที่ดี  และกรรมที่ชั่ว กรรมทั้งในอดีต และ กรรมที่ก่อขึ้นใหม่ใน
     ปัจจุบัน "ชะตาคนเราฟ้าดินย่อมกำหนด หากแต่มิได้ ลิขิตไว้ให้ตายตัว" ผู้ที่ไร้วาสนา แต่หมั่น
     ประกอบแต่กรรมดี อีกทั้งชอบช่วยเหลือสังคม ผลบุญนี้ย่อมส่งผลให้ ท่านผู้นั้นเจริญงอกงามในสิ่งที่ดี
     ที่ถูกต้องทุกประการ แต่ในทางกลับกัน ผู้ที่มีดวงชะตาวาสนาดี แต่ชอบกระทำในสิ่งที่ไม่ดี จากการกระทำ
     ที่ทำไว้ย่อมส่งผลให้เป็นไปในทางที่ไม่ดีด้วยเช่นกัน
         ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็น ด้านการงาน การเงิน  การสังคม คู่ครองคนรัก ด้านการศึกษา การเดิน
     ทาง หรือกระทั้งตัวเลขต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีอิทธิพล เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของเราอย่างไม่รู้ตัว
      วิชาโหรศาสตร์นั้น จึงมีส่วนช่วยในการตัดสินใจ เลือกทางเดินที่ถูกต้องให้กับชีวิต อีกทั้งทำให้เรา ทราบถึง
      ปัญหา และทางออกของปัญหานั้นได้เป็นอย่างดี ดังคำกลอนที่กล่าวไว้ว่า
“คนเดินป่าย่อมต้องการเข็มทิศ  ในห้องที่มึดมิด ย่อมต้องการแสงเทียน ” 

วันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บุญไม่เคยสร้าง...ใครที่ไหนจะมาช่วย





บุญไม่เคยสร้าง...ใครที่ไหนจะมาช่วย
ทำบุญมาก็เยอะ..ทำไมไม่รวยสักที??
ทำทานมาก็เยอะ..ทำไมปัญหาชีวิตรุมเร้า??
หาคำตอบได้ที่นี่ โดยเทวยาตรา
“ขอให้ลูกรวยๆถูกหวย รวยเบอร์ ประสพความสำเร็จในชีวิตการงาน
สุขภาพร่างกายแข็งแรง”
คำอธิษฐานต่างๆเหล่านี้ ผมเข้าใจว่าหลายๆท่านคงจะใช้กันเป็นประจำ
เมื่อเวลาไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือไหว้พระ  ไม่ว่าจะเป็นที่วัด
หรือผ่านสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ เพราะอะไรเราจึงต้องอธิฐานแบบนั้น
อาจจะเป็นความเชื่อของแต่ละคน ว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะช่วยดลบันดาลให้เราสมปรารถนาได้
แต่ในทางพุทธศาสนาบอกไว้ว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
นั่นก็แสดงว่าถ้าเราไม่ทำความดีไม่ทำบุญกุศลใดๆ ใครก็ช่วยเราไม่ได้
สำหรับตัวผมเองเพิ่งจะค้นพบสัจธรรมข้อนี้ เมื่อไม่กี่ปีนี่เอง
เนื่องด้วยไปพบคำสอนของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่กล่าวว่า

“ ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง
คือบารมีของตนลงทุนไปก่อน เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย
มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมเขามาจนล้นพ้นตัว...
เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมดไม่มีอะไรเหลือติดตัว...
แล้วเจ้าจะมีอะไรไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีไว้...แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง...."

“ จงจำไว้นะ  เมื่อยังไม่ถึงเวลาเทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้
ครั้นเมื่อถึงเวลา  ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่  จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน
เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า”

......... เห็นไหมว่าคนเราถ้าไม่สร้างบุญ สร้างกุศลไว้ รับรองทำยังไงก็ไม่รวย
ซื้อหวยก็ไม่ถูก ฉะนั้นทุกๆท่านที่ชอบอธิฐานขอโน้นขอนี่จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์
คงจะคิดได้แล้วว่าต่อไปนี้เราไม่ต้องไปขออะไรหรอก
เมื่อถึงเวลาสิ่งต่างๆที่เราต้องการจะมาเอง แต่เราจะต้องสร้างบุญกุศลมากๆ
เหมือนคำสอนของสมเด็จโต.......

การลดกรรม ๔๕ อย่าง


การลดกรรม ๔๕ อย่าง
ภาพและเรื่องโดย พุฒิวงศ์ บุษบวรรษ
เว็บ polyboon.com เคยนำเสนอเรื่องกรรมไปหลายเรื่องราวแล้วเช่น การตรัสของพุทธองค์เกี่ยวกับเรื่องกรรม คราวนี้ขอมาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องกรรม และการลดกรรม(ด้วยการไม่เพิ่มกรรม และมั่นทำบุญให้กรรมเจือจาง) ซึ่งมีคนส่งมาให้ผมได้ระยะหนึ่งแล้ว อ่านแล้วน่าจะเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต ได้บ้างจึงนำมาเผยแพร่ต่อ
การลดกรรม ๔๕ อย่าง (ควรอ่านอย่างยิ่ง)
มาทำความดี ละเว้นความชั่วกันดีกว่า
๑. กรรมที่ไม่มีลูก
กรรมจาก การทำร้ายลูกของสัตว์อื่น พรากสัตว์อื่นจากพ่อแม่หรือเคยข่มเหงลูกคนอื่น
ลดกรรม ด้วยการงดกินเนื้อสัตว์ทุกๆ 7 วัน ในทุกๆเดือนทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญบริจาคทานที่มูลนิธิสัตว์หรือ
มูลนิธิเด็กอ่อน

๒. เจ็บป่วยบ่อย หรือเป็นโรคร้าย
กรรมจาก เคยทำทารุณกรรมต่อสัตว์
ลดกรรม ด้วยการทำบุญทำทานกับสัตว์อนาถา ให้อาหารให้ความเมตตา ซื้อยาหรือบริจาคเงินที่โรงพยาบาลสงฆ์ ทำบุญปล่อยเต่า
งดกินเนื้อสัตว์ตลอดชีวิต

๓. ตาบอดหรือเป็นโรคตา
กรรมจาก เคยทำร้ายสัตว์ที่ดวงตา หรือไม่เคยทำบุญเติมน้ำมันตะเกียงในชาติก่อน หรือเคยทำลายไฟฟ้าของวัด ของที่สารธารณะ
ลดกรรม ซื้อโคมไฟ หลอดไฟถวายวัด ถวายเทียนห่อใหญ่ ถวายไฟฉาย เติมน้ำมันตะเกียงทุกวันพร! ะ บริจาคเงินในกล่อง
ซื้อน้ำมันเติมตะเกียงที่วัด

๔. ถูกรถเฉี่ยวชน ถูกลูกหลง ถูกสัตว์กัดต่อย
กรรมจาก จากเคยเป็นคนพาลเกะกะเกเร หาเรื่องเดือดร้อนให้ผู้อื่น มักรังแกและสาปแช่งผู้อื่นอยู่เสมอ
ลดกรรม หมั่นพูดดี มีวาจาไพเราะ
๕. สูญเสียคนใกล้ชิด
กรรมจาก เคยยิงนกตกปลา
ลดกรรม ทำบุญไถ่ชีวิตโค กระบือ งดกินเนื้อสัตว์อย่างน้อยสัก ๑ อย่างชั่วชีวิต หรือกินเจทุกๆ ๓ เดือน ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา
๖.ถูกนินทา ถูกให้ร้าย
กรรมจาก เคยพูดจาให้เป็นเหตุให้คนอื่นเป็นทุกข์หรือเดือดร้อน
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี พูดดี พูดให้คนอื่นเกิดประโยชน์ พูดให้ผู้อื่นมีความสุข
๗. มักเดือดร้อนเพราะไฟ ไฟไหม้บ้าน ไฟดูด
กรรมจาก เคยลบหลู่พระสงฆ์ และศาสนา
ลดกรรม ตักบาตรทุกวันพระ ทำบุญถวายสังฆทานทุกเดือน ฟังเทศน์ฟังธรรมทุกวันพระ หรือทุกๆเดือนในวันพระ ร่วมพิมพ์หนังสือ
ธรรมะแจกจ่ายฟรี

๘. ขาดบารมี ไร้ญาติขาดมิตร
กรรมจาก ไม่เคยไปร่วมงานบุญงานศพ
ลดกรรม ร่วมทำบุญงานศพ บริจาคเงิน หรือร่วมด้วยแรงกายช่วยงานอื่นๆในงานศพ เช่นทำอาหาร จัดดอกไม้
๙. ตั้งหลักปักฐานไม่ได้ โยกย้ายบ่อย
กรรมจาก ไม่เคยร่วมทำบุญสร้างโบสถ์สร้างวิหาร แก่วัดวาอารามต่างๆ
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างโบสถ์ สร้างหลังคาวิหาร ร่วมทำบุญฝังลูกนิมิต หมั่นไปไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ณ เมืองที่ตนอยู่อาศัย
๑๐. มักถูกรังแก ถูกเบียดเบียน
กรรมจาก ไม่เคยบวช หรือทำบุญงานบวช
ลดกรรม บวช ด้วยจิตศรัทธาปวารถาอย่างบริสุทธิ์ไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝงจะบวช ๗ วัน หรือ ๑๕ วัน ๑ เดือน ๑ พรรษา แล้วแต่
จิตศรัทธา ถ้าเป็นสตรีจะบวชชีพราหมณ์ หรือถือศีล ๘ ตามเวลาที่สะดวกและตั้งจิตศรัทธา หรือร่วมทำบุญงานบวชอย่าง
สม่ำเสมอเท่าที่จะทำได้

๑๑.ไม่มีคนชื่นชมเอ็นดู ขาดเสน่ห์
กรรมจาก ไม่เคยถวายของหอม
ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระทุกวันพระ ถวายธูปหอม เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย ทองคำเปลว ประน้ำอบน้ำปรุง ประพฤติดี
ปฏิบัติชอบต่อผู้อื่น คิดดี ทำดี พูดดี ให้ผู้อื่นได้ดี มิให้ร้ายผู้ใด

๑๒. เป็นที่รังเกียจ มีกลิ่นปาก กลิ่นตัว
กรรมจาก ทำติเตียนดูแคลน ผู้ที่ชอบทำบุญทำทาน
ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทานอย่างสม่ำเสมอ ฟังเทศน์มหาชาติทุกๆปี ชักชวนผู้อื่นให้ร่วมทำบุญหรือบริจาคทานเป็นการบอกบุญผู้อื่น
พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจกฟรี

๑๓. ไปไหนมาไหนลำบาก มีแต่อุปสรรค
กรรมจาก เคยทำลายหนทางสัญจรของวัด หรือของชาวบ้าน หรือทำให้ทางสัญจรสาธารณะได้รับความไม่สะดวก
ลดกรรม บริจาคทรัพย์หรือแรงกายช่วงสร้างสะพาน สร้างทางอันเป็นประโยชน์แก่วัด หรือชุมชนเล็กๆ ช่วยผู้คนยากไร้ให้
ได้มียวดยานพาหนะหรือทางสัญจรที่สะดวก

๑๔. เป็นคนรับใช้เขาร่ำไป
กรรมจาก เคยเนรคุณผู้ที่เคยมีพระคุณแก่ตน
ลดกรรม ตอบแทนผู้มีคุณด้วยความกตัญญู ร่วมทำบุญสร้างพระพุทธรูป พระประธาน ทำทานทั้งกับคนและสัตว์
๑๕. ขัดสน อดมื้อกินมื้อ
กรรมจาก เคยละเว้นการใส่บาตร ละเว้นการให้ทาน เมื่อมีคนยากไร้มาขอทานอาหารและน้ำ
ลดกรรม แบ่งปันอาหาร น้ำ เสื้อผ้า แก่คนยากไร้อนา! ถา แม้ไม่มีเงินก็แบ่งปันสิ่งของตามที่มี ตักบาตรทุกเช้าหรือทุกวันพระ
๑๖. อาภัพคู่ ร้างคู่
กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขา
ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ร่วมทำบุญเป็นเจ้าภาพงานแต่งงานคู่บ่าวสาวที่ยากจน ถวายของเป็นคู่ เช่น แจกันคู่
เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ เป็นต้น

๑๗. ได้คู่ที่เลวร้าย ทำร้ายตนห??ือทำให้เป็นทุกข์
กรรมจาก เคยข่มขืนเขาในชาติก่อน เคยทุบตีทำร้ายคู่
ลดกรรม บวชพระ หรือบวชชีพราหมณ์ ทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา
๑๘. อยู่โดดเดี่ยวยามบั้นปลาย
กรรมจาก เคยจับสัตว์ขัง
ลดกรรม ทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ ปล่อยนกปล่อยกา ทำบุญทำทานแก่เด็กอนาถาและสัตว์อนาถา
๑๙. รูปร่างหน้าไม่งดงาม
กรรมจาก ไม่เคยถวายดอกไม้ของหอม
ลดกรรม ถวายพวงมาลัยดอกไม้สด ดอกไม้หอม ทำบุญบริจาคดวงตา บริจาคร่างกายให้โรงพยาบาล
๒๐. มักถูกโกง ถูกเบี้ยวเงิน
กรรมจาก เคยคดโกงผู้อื่น!
ลดกรรม สละทรัพย์บริจาคร่วมการกุศลต่างๆ ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน อุทิศส่วนกุศลแก่เจ้ากรรมนายเวรทุกๆเดือน
๒๑. พิการ ร่างกายไม่สมประกอบ
กรรมจาก เคยทุบตีพ่อแม่ ด่าพ่อแม่ หรือทำร้ายพ่อแม่
ลดกรรม หมั่นทำบุญไหว้พระ ปล่อยนกปล่อยปลา ถือศีล ๕ ศีล ๘ เจริญภาวนา นั่งวิปัสสนากรรมฐาน
๒๒. มีคดีความ
กรรมจาก เคยพบคนทุกข์ร้อนแล้วไม่ช่วยหรือพยายามหาทางช่วยเหลือ
ลดกรรม หมั่นทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา นั่งสมาธิ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล ๘ ทุกๆ ๓ เดือนๆละ ๗ วัน
๒๓. ไร้ที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
กรรมจาก ไม่สงเคราะห์คนอนาถา ที่มาขออาหาร ขอชายคาหลบฝน ไม่มีน้ำใจช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก
ลดกรรม ร่วมทำบุญซื้อกระเบี้องหลังคาโบสถ์ หมั่นไปกราบไหว้บูชาศาลหลักเมือง ทำบุญทำทานแก่สัตว์พิการหรือสัตว์จรจัด
๒๔. จิตใจขุ่นมัว ดุดัน ขี้โมโห
กรรมจาก มักตะหนี่ในการทำบุญ
ลดกรรม สวดมนต ์ไหว้พระ ทุกวันพระ ฝึกวิปัสสนากรรมฐาน ถือศีล ๕ หรือศีล ๘ ทุกๆ ๓ เดือน บริจาคทาน แบ่งปันเงินทองหรือ สิ่งของแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก หรือร่วมทำบุญบริจาคทานกับมูลนิธิสถานสงเคราะห์ และวัดวาอารามต่างๆ
๒๕. ไม่มีชื่อเสียง
กรรมจาก เคยติฉินนินทาทำให้ผู้อื่นเสียหาย
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างหอระฆัง ร่วมทำบุญหล่อเทียนพรรษา ทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา
๒๖. ไม่มีวาสนาบารมี
กรรมจาก ไม่เคยนับถือชื่นชมผู้นับถือธรรมมะ
ลดกรรม ทำบุญสร้างพระพุทธรูป ทำทานกับคน
๒๗. มีลูกหลานไม่ดี เกเร ไม่เชื่อฟัง
กรรมจาก ทำแท้ง เคยทำร้ายคนใกล้ชิดมาก่อน และทำร้ายจิตใจครอบครัวในชาติก่อน
ลดกรรม บวชเณร โดยให้ลูกบวชหรือไปร่วมบวช จะทำให้กรรมน้อยลง ปฏิบัติธรรม อุทิศให้ลูกตนเอง
๒๘. เจอแต่คนเอาเปรียบ
กรรมจาก เคยเบียดเบียนเงินพ่อแม่ไว้ในอดีตชาติ เคยโกงคนไว้ในอดีตชาติ ขโมยเงินครอบครัวมาใช้
ลดกรรม หมั่นยึดถือศีล 5 ให้มั่น ไม่ดื่มเหล้า ทำให้ขาดสติ โดนโกงง่าย หมั่นสวดมนต์ อธิษฐานบารมีด้านขอพรให้พบเจอคนดีๆเข้ามาในชีวิต
๒๙. เกิดในสกุลต้อยต่ำ
กรรมจาก โอหัง อวดดี จิตใจคับแคบ
ลดกรรม ร่วมทำบุญสร้างวัด สร้างพระประธาน ทำบุญทำทานกับคนยากไร้ และสัตว์อนาถา พิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี
๓๐. ไร้สง่าราศี ขาดวาสนา
กรรมจาก เคยเมาสุระอาละวาด ระรานผู้อื่น!
ลดกรรม นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ทำทานกับคนอนาถา และสัตว์อนาถา ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี
๓๑. ไม่เจริญก้าวหน้า จิตใจเป็นทุกข์
กรรมจาก เคยชักจูงคนทำชั่ว
ลดกรรม ถือศีล ๘ เป็นเวลา ๗ วัน ทุกๆ ๓ เดือน หมั่นทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน
๓๒. จิตใจฟุ้งซ่าน เป็นทุกข์
กรรมจาก เคยริษยาผู้อื่น
ลดกรรม ทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ปล่อยปลาลงน้ำ นั่งสมาธิ สวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร
๓๓. ชีวิตตกต่ำ ทำสิ่งใดไม่เจริญ
กรรมจาก เคยทำแท้ง
ลดกรรม ปล่อยปลาลงน้ำทุกๆเดือน จนครบ ๙ เดือน หรือ ๑ ปีเต็ม ถวายสังฆทาน ทำบุญใส่บาตรเสมอ
๓๔. เป็นเมียน้อย เมียเก็บ
กรรมจาก เคยผิดลูกผิดเมียเขามาก่อน ขืนใจเขาโดยไม่ยินยอม เคยอธิษฐานจิตร่วมกันมาว่ากี่ภพก็ขอให้ได้ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน
ลดกรรม ถวายธงคู่ ธูปคู่ เชิงเทียนคู่ หมอนคู่ อย่างใดก็ได้ อธิษฐานจิตขอให้ชีวิตคู่ที่ดีขึ้น บวชชีพราหมณ์ ปีละ ๑ ครั้ง ๓ วัน อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยล่วงเกินให้ได้รับกุศลและเปิดทางให้ชีวิตคู่ดี ขึ้น ร่วมเป็นเจ้าภาพงานแต่ง เพื่อชีวิตตนจะดีขึ้นและสมหวัง สวดมนต์ขอพรทุกวันเกิดด้านความรักให้สมหวังต่อไป ทำบุญสังฆทานสด ในวันเกิดตนเอง เดือนละครั้ง เพื่ออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติและวิญญาณที่ตามมาให้ได้ รับกุศลและอโหสิกรรม
๓๕. เป็นทุกข์เพราะคนในครอบครัว
กรรมจาก เคยลำเอียง ไร้คุณธรรมในด้านครอบครัวไว้ก่อน เคยเอารัดเอาเปรียบคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดไว้ในชาติอดีตและชาติปัจจุบัน เคยทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกในอดีตชาติ
ลดกรรม ต้องบวชชีพราหมณ์ เพราะเมื่อเกิดอีกภพชีวิตจะได้ดีมีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะกุศลของการบวช ปฏิบัติธรรมทำให้เจ้ากรรมนายเวร อโหสิกรรม และตนเองได้พบสิ่งที่มีกุศลมากขึ้น ยึดพรหมวิหาร ๔ มี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา จะทำให้ชีวิตมีความเมตตา และไม่ลำเอียงเอารัดเอาเปรียบคนใกล้ชิด ทำให้วิถีชีวิตมีคนนับถือและพ้นจากความทุกข์ในเรื่องญาติพี่น้องยุ่งเกี่ยว ได้ นำพระคู่บ้านคู่เมืองเข้าสักการะที่บ้าน และสวดมนต์ขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข
๓๖. เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต
กรรมจาก ฆ่าสัตว์ ทรมานสัตว์ ทำร้ายคนไว้ในอดีตชาติและปัจจุบันชาติ
ลดกรรม ตักบาตรอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติปัจจุบันชาติ รวมถึงสรรพสัตว์ทั้งหลายให้ได้กุศลและอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน ปล่อยสัตว์ลงน้ำในวันเกิดตนเอง กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรได้รับและอโหสิกรรม ถวายยาเข้าวัด
หรือช่วยเหลือคนป่วย

๓๗. เป็นมะเร็ง
กรรมจาก รู้เห็นเป็นใจกับการทำแท้ง การทารุณสัตว์ หรือการทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่น
ลดกรรม ทำบุญใหญ่อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวร และบวชชีพราหมณ์ ๑ เดือน เพื่อส่งกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรม
ทำบุญสร้างพระพุทธรูป สร้างโบสถ์หรือสร้างศาลาวัด ร่วมพิมพ์หนังสือธรรมะแจกฟรี หมั่นนั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน

๓๘. ค้าขายขาดทุน ทำงานไม่ก้าวหน้า
กรรมจาก เคยลบหลู่เจ้าที่เจ้าทาง
ลดกรรม หมั่นทำบุญใส่บาตร ถวายสังฆทาน ถวายเครื่องเซ่นสังเวย เจ้าที่-เจ้าทาง หมั่นสวดมนต์บทคาถาพระชินบัญชร
๓๙. ด้อยปัญญา
กรรมจาก ฝักใฝ่อบายมุขในชาติก่อน หรือชักชวนคนไปทำชั่ว ดูแคลนหลักธรรมมะ
ลดกรรม พิมพ์หนังสือธรรมะจ่ายแจก ทำบุญทำทานกับโรงเรียนของเด็กพิการหรือตามมูลนิธิต่างๆ
๔๐. ตกงาน
กรรมจาก เคยกลั่นแกล้งผู้อื่นในเรื่องงาน หรือแย่งงานผู้อื่น
ลดกรรม หมั่นทำบุญทำทาน ร่วมงานบุญต่างๆ ปล่อยนกปล่อยปลา
๔๑. ไม่มีโชคลาภ
กรรมจาก ไม่เคยสวดมนต์ไหว้พระ
ลดกรรม หมั่นทำบุญสวดมนต์ไหว้พระ ถวายธูป เทียน ดอกไม้สด พวงมาลัย และทองคำเปลว
๔๒. เรียนไม่จบ การเรียนมีอุปสรรค
กรรมจาก ชาติก่อนปฏิเสธการฟังเทศน์ฟังธรรม
ลดกรรม หมั่นเข้าวัด ร่วมงานบุญต่างๆ ฟังเทศน์ อ่านหนังสือธรรมะ
๔๓. มีอาชีพต้อยต่ำที่ผู้คนดูแคลน
กรรมจาก ชาติก่อนเคยบวชด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์ ไร้ความศรัทธา อาศัยผ้าเหลืองหากิน
ลดกรรม ถือศีล ๕ ศีล ๘ นั่งสมาธิ ฝึกกรรมฐาน ถวายสังฆทานทุกเดือน หรือทุก ๓ เดือน
๔๔. ครอบครัวยากจน
กรรมจาก ชาติก่อนไม่เคยบริจาคทาน
ลดกรรม หมั่นทำบุญด้วยการบริจาคทาน ถ้ามีเงินไม่มากก็บริจาคเป็นสิ่งของ แรงกาย หรือน้ำใจ ต่อผู้ตกทุกข์ได้ยาก เช่น ไปช่วยอ่านหนังสือให้มูลนิธิคนตาบอด
๔๕. เป็นทุกข์เพราะความรัก
กรรมจาก ชาติก่อนเจ้าชู้ หลอกผู้อื่นให้อกหัก
ลดกรรม ประพฤติดีปฏิบัติดีทั้งความคิด กาย วาจา ใจ ร่วมทำบุญงานแต่งงาน ทำสิ่งดีๆให้คนอื่นได้สมรักสม

อ่านให้จบเพราะ จุดเด่นอยู่ที่ข้อ ๑๙ ค่ะ
กฏแห่งกรรม
๑. เหตุใดคุณมีเสื้อผ้าแพรพรรณอันงดงามสวมใส่มากมาย
เพราะชาติก่อนคุณเคยถวายจีวรแด่พระสงฆ์
๒. เหตุใดชาตินี้คุณมีอาหารดีดีรับประทานอยู่เสมอ
เพราะชาติก่อนคุณเคยทำทานอาหารแก่คนยากจนในชาติก่อน
๓. เหตุใดชาตินี้คุณอดอยากยากจน ไม่มีเสื้อผ้าดีดีสวมใส่
เพราะคุณตระหนี่ขี้เหนียวไม่ยอมทำทานคนจน ในชาติก่อน
๔. เหตุใดชาตินี้คุณมีบ้านเรือนใหญ่โต
เพราะคุณเคยถวายข้าวสารเข้าวัดในชาติก่อน
๕. เหตุใดชาตินี้คุณมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความสุขมาก
เพราะคุณเคยถวายเงินสร้างวัดในชาติก่อน
๖. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนสวย และรูปงาม
เพราะคุณเคยถวายดอกไม้สดบูชาพระด้วยความเคารพในชาติก่อน
๗. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องมีปัญญาดี
เพราะคุณเคยเป็นพุทธมามกะและทานมังสวิรัติในชาติก่อน
๘. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นที่รักของทุกๆ คนและมีเพื่อนมากมาย
เพราะคุณเคยสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อทุกคนในชาติก่อน
๙. เหตุใดชาตินี้คุณมีพ่อ แม่อยู่พร้อมหน้า
เพราะคุณเคารพและให้ความช่วยเหลือ ไม่ดูแคลนคนไร้ญาติในชาติก่อน
๑๐. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นเด็กกำพร้า
เพราะคุณเคยยิงนก ตกปลา และพรากสัตว์ในชาติก่อน
๑๑. เหตุใดชาตินี้คุณมีอายุยืนแข็งแรง
เพราะคุณเคยปล่อยนก ปล่อยปลา สิ่งมีชีวิตในชาติก่อน
๑๒. เหตุใดชาตินี้คุณอายุสั้น
เพราะชาติก่อนคุณเคยฆ่าสัตว์มากมาย
๑๓. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนรับใช้
เพราะชาติก่อนคุณเคยดูถูกเหยียดหยามคนจน
๑๔. เหตุใดชาตินี้คุณมีดวงตาสดใส
เพราะชาติก่อนคุณเคยเติมน้ำมันตะเกียงและจุดไฟบูชาพระ
๑๕. เหตุใดชาตินี้คุณโง่ปัญญาอ่อนและหูหนวก
เพราะชาต?ก่อนคุณเคยด่าว่าและหยาบคายต่อหน้าพ่อแม่
๑๖. เหตุใดชาตินี้คุณต้องตายเพราะยาพิษ
เพราะชาติก่อนคุณเจตนาวางยาในต้นน้ำลำธารให้เป็นพิษ
๑๗. เหตุใดชาตินี้คุณจึงแขวนคอตาย
เพราะชาติก่อนคุณใช้ตะข่ายล่าและดักสัตว์
๑๘. ถ้าชาตินี้คุณฆ่าเขา
ชาติหน้าเขาก็จะฆ่าคุณ และจะฆ่ากันไป-มาไม่มีสิ้นสุด
๑๙. ถ้าชาตินี้คุณบอกเล่ากฏแห่งกรรม
คุณจะเป็นที่เคารพนับถือมากมายในชาติหน้า